BTimes : ‘หมูทอดเจ๊จง’ ความไม่อายอยู่ในตัวมาตั้งแต่เกิด

176
0
Share:

April 14, 2020

พาย้อนอดีต เผยเส้นทางชีวิตสุดพีค กว่าจะมาเป็นสุดยอดร้านในตำนาน ‘หมูทอดเจ๊จง’

‘หมูทอดเจ๊จง’ สุดยอดร้านหมูทอดในตำนานที่เปิดมาแล้วกว่า 17 ปี แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ บอกเลยว่าไม่ง่าย เจ้าของร้านอย่างเจ๊จง ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ก้าวข้ามความกลัว และฝ่าฟันทุกอุปสรรค ต่อสู้มาจนทำให้มีทุกอย่างดังเช่นวันนี้…

คุณจงใจ กิจแสวง หรือ เจ๊จง เจ้าของร้าน หมูทอดเจ๊จง

“เจ๊เป็นเด็กคลองเตยเลยนะ เรียกว่าเด็กสลัมคลองเตยเลยดีกว่า เจ๊เกิดจากที่นั่นเลย เป็นเด็กวัยรุ่นที่ชอบขายของ เข็นรถเข็นขายพวกน้ำแข็งใสที่เขากดใส่แก้วเทียนอ่ะค่ะ บางวันก็ไปรับจ้างแม่ค้าที่ตลาดคลองเตยขายพวกรองเท้า จนสุดท้ายก็ไปขายถุงหิ้ว ขายน้ำเต้าหู้ตามแฟลต”

กว่าจะมีได้อย่างทุกวันนี้ บอกเลยว่าไม่ง่าย เส้นทางชีวิตของคุณจงใจ กิจแสวง หรือ เจ๊จง หญิงวัยกว่า 50 ปี ต้องฝ่าฝันทุกอุปสรรคกันแบบมื้อต่อมื้อ วันต่อวัน เรียกได้ว่า วันไหนที่ครอบครัวหาเงินได้ เจ๊ก็จะได้ไปโรงเรียน หากวันไหนไม่มีรายได้เข้ามาก็ต้องอดไป จนวันหนึ่งความโชคดีก็พุ่งเข้ามาหา เพราะคุณครูที่โรงเรียนทราบว่าที่บ้านขาดแคลนเรื่องทุนทรัพย์ จึงทำเรื่องขอทุนการศึกษาให้เจ๊จงได้เล่าเรียน ในขณะที่เพื่อนๆ กำลังนั่งเรียนอย่างตั้งใจ แต่เจ๊จงในวัยประถมกลับต้องเดินหิ้วถุงขนมที่คุณครูสรรหาให้ ขายไปตามชั้นเรียน เพื่อให้มีรายได้มาต่อชีวิตในแต่ละวัน แม้จะไม่ได้เข้าไปนั่งเรียนได้อย่างเต็มที่เหมือนเพื่อน แต่เจ๊จงก็ขยันหาความรู้ ทำให้สามารถสอบได้ลำดับที่ 2 หรือ 3 ของห้องมาโดยตลอด

หลังจากเรียนจบก็หันเหสู่วงการค้าขายอย่างเต็มตัวสารพัดรูปแบบ ตั้งแต่เข็นรถขายน้ำแข็งใส รับจ้างแม่ค้าในตลาดคลองเตยขายรองเท้า ขายถุงหิ้วเล็กๆ ไปจนถึงการขายน้ำเต้าหู้ตามแฟลต โดยมีน้องคอยเป็นลูกมือในการหอบหิ้วข้าวของต่างๆ กระทั่งมีครอบครัว ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในอาชีพค้าขาย เนื่องจากแม่สามีประกอบอาชีพขายของชำ และมีแฟลตอยู่ 1 ห้อง จึงให้เจ๊อยู่บ้านเลี้ยงลูก พร้อมกับขายของชำร่วมด้วย อยู่มาวันนึงก็เกิดความคิดที่อยากจะทำให้รายได้จากวันละพันกว่าบาทขยับเพิ่มขึ้นมา ประกอบกับช่วงนั้นแม่ของสามีได้ซื้อรถ 4 ล้อให้ จึงเกิดไอเดียนำลังกระดาษในห้องมาบรรจุของไปขายที่หลังแฟลต ในวันแรกที่เริ่มขายนั้นสามารถทำรายได้ขึ้นมากว่า 3 พันบาท นับเป็นคืนที่ทำให้เจ๊นอนแทบไม่หลับ เพราะรู้สึกตื่นเต้น พร้อมกับตั้งคำถามว่าแล้วจะไปยังไงต่อ จึงเริ่มปรึกษาสามี จนได้ข้อสรุปว่าจะย้ายที่ขายไปฝั่งตรงข้ามแฟลตแทน

หมูทอดเจ๊จง พูดคุยกับ คุณบัญชา ใน BTimes

“สมัยก่อนยังไม่มีพวกห้างเทสโก้อะไรพวกนี้ แต่มันจะมีที่พระโขนง พวกอาเชี่ยน เวลโก้ December อะไรพวกนี้อ่ะค่ะ เจ๊ก็ใช้วิธีการไปเดินตามห้างพวกนี้ แล้วก็ไปหาดูของที่มันลดราคา สมมติว่ายาสีฟันหลอดนึง 25 บาทแล้วก็แถมแก้ว 1 ใบ เจ๊ก็เอายาสีฟันมาขาย 24 บาท ถูกกว่าห้างอีก เอาแก้วมาแยกขายใบละ 5 บาท ก็ได้กำไรตรงนั้น แล้วเจ๊ก็ยังรับซื้อของที่เจ๊ไม่มีด้วย”

พอเริ่มค้าขายไปได้ซักพัก ปรากฏว่าของสินค้าที่มีในบ้านเริ่มหมด จึงคิดวิธีต่างๆ จนไปจบที่การไปเดินตามห้างสรรพสินค้า เพื่อมองหาสินค้าที่มีโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม มาขายต่อในร้านแบบลดราคาให้ถูกกว่าที่อื่น แล้วหากำไรจากการขายของแถมแทน พร้อมเกิดไอเดียรับหิ้วสินค้าแบรนด์ที่ไม่มีในร้าน โดยไม่บวกกำไร แต่เป็นการทำสัญญาใจกันว่าลูกค้าที่ฝากหิ้วจะต้องมาอุดหนุนสินค้าอื่นๆ ที่ร้านมีด้วย หัวคิดการค้ายังไม่หมดเท่านั้น เพราะยังได้ไอเดียต่อที่สองจากการไปนั่งรอจ่ายค่าบริการ จนตัดสินใจนำมาสร้างรายได้อีกทาง ด้วยการรับชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าแฟลต และขอเก็บเพิ่ม 10 บาท เป็นค่าดำเนินการแทน

นอกจากนั้นด้วยความเป็นคนมีน้ำใจ อีกทั้งตนเองเริ่มจะลืมตาอ้าปากได้ จึงอยากแบ่งปัน และช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังลำบากให้มีชีวิตที่สุขสบาย เปิดโอกาสให้ผู้คนที่รู้จักได้มีทรัพย์สินหรือสิ่งของเป็นของตนเอง ด้วยการจ่ายเงินซื้อให้ก่อนแล้วมาผ่อนชำระกับตนทีหลังแบบไม่เอากำไร

นับเป็นเรื่องราวชีวิตสุดพีคที่สร้างตำนานผู้หญิงสุดแข็งแกร่งที่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา พร้อมเดินหน้าพาชีวิตตัวเองให้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดจนสามารถสร้างสุดยอดร้านหมูทอดได้ในปัจจุบัน