BTimes : ‘6.11 Corner’ ตู้หยอดเหรียญสะดวกซื้อ แข่งค้าปลีกไทย

157
0
Share:

 

March 18, 2020

ใช้ความกล้าปฎิรูปวงการ Vending Machine รวมสินค้า Original Brand และ Budget Brand เข้าไว้ด้วยกัน สร้างความสะดวกสบาย เพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้า

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ร้านสะดวกซื้อไล่ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ นับว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีช่องโหว่เล็กๆ ที่ดันไปจุดประกายให้นักลงทุนเจ้านึง เกิดไอเดียที่จะนำความสามารถทางเทคโนโลยีมาใช้ต่อยอดตู้กดน้ำอัตโนมัติแบบดั้งเดิมให้ทันสมัยขึ้น เน้นชูจุดเด่นด้านราคา เพิ่มทางเลือกที่สะดวกสบายให้กับผู้บริโภค

คุณชูเกียรติ รุจนพรพจี เจ้าของ และ ผู้ก่อตั้ง 6.11 Corner

“จากการที่ผมประกอบธุรกิจ Vending Machine หรือตัวตู้ Vending ที่ขายเครื่องดื่มในโรงงานอุตสาหกรรม แล้วผมรวมข้อมูลจากการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เราเจอว่าลูกค้ามี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่พร้อมจะจ่ายในราคาออริจินอล กับกลุ่มที่อยากจะจ่ายในราคาที่ย่อมเยาว์ ”

จากการที่คุณชูเกียรติ รุจนพรพจี คร่ำหวอดอยู่ในวงการ Vending Machine มาเป็นเวลานาน และมองเห็นช่องว่างที่สามารถนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ทำให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบาย สู่การปฏิวัติวงการครั้งใหญ่ รวมเอาความกล้า และฉีกกฎดั้งเดิมที่มี เน้นตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่อยากจะซื้อสินค้าในราคาประหยัด มาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการธุรกิจ Vending Machine ด้วยการดึงเอาสินค้าที่เป็นขนมและเครื่องดื่มจากผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย มาอยู่ในตู้กดอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการจับจ่ายสินค้าที่เป็นทั้ง Original Brand (แบรนด์ดังติดตลาด ราคาปกติ) และ Budget Brand (แบรนด์เล็กๆ แต่มีคุณภาพ ราคาย่อมเยาว์) พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้มีโอกาสได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพออกสู่สายตาประชาชน ผ่านแบรนด์ 6.11 Corner

หน้าร้าน สาขา ของ 6.11 Corner

“ถึงแม้ว่าผมจะเป็นชอปเล็กๆ 190 ชอปวันนี้ ถึงสิ้นปีนี้ผมอาจจะมีถึง 1,000 ชอป ผมต้องฝ่าพายุเศรษฐกิจตอนนี้ แต่ด้วยความตั้งใจอยากจะสร้างโอกาสให้กับประชาชน เพราะจริงๆ ทุกคนต้องการคำว่าโอกาส เราอาจจะไม่ได้เป็นโอกาสทางธุรกิจใหญ่ๆ แต่เราอาจจะเป็นส่วนน้อยที่เป็นเวทีเล็กๆ ให้กับผู้ประกอบการ”

ปัจจุบัน 6.11 Corner ตั้งตู้ให้บริการในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลรวมเป็นจำนวน 190 สาขา โดยตั้งเป้าขยายให้ได้ครบ 1,000 สาขา ครอบคลุม 20 จังหวัดภายในปีนี้ พร้อมเล็งที่จะเปิดโอกาสนำสินค้าคุณภาพของไทยอย่าง OTOP เข้าสู่กระบวนการจำหน่ายผ่านตู้กดอัตโนมัติ เพื่อทำให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า