BTimes : ‘DryDye’ ผู้นำย้อมสีผ้าด้วยคาร์บอนไดออกไซด์

394
0
Share:

May 29, 2020

DryDye จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดนวัตกรรมการย้อมสีผ้าแบบไม่ใช้น้ำ สร้างสมดุลที่ดีตอบแทนให้สิ่งแวดล้อม

ทุกวันนี้โลกต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย ทำให้หลายธุรกิจเริ่มมองหาแนวทางการดำเนินงานที่อยู่บนพื้นฐานการดูแลโลกไปในตัว ไม่เว้นแม้แต่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและการย้อมสีผ้า ที่นับเป็นธุรกิจที่สร้างของสียให้กับโลกเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำมัน สู่การคิดค้นนวัตกรรมสุดไฮเทคที่เรียกว่า DryDye หรือการย้อมสีผ้าสุดเทคโดยไม่ใช้น้ำ

คุณพิชญ์สินี เย่ เจ้าของแบรนด์ DryDye

DryDye เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยคนไทย ภายใต้การดูแลของบริษัทเย่กรุ๊ป โดยคุณพิชญ์สินี เย่ เล่าให้ฟังว่านวัตกรรมนี้เกิดขึ้นสมัยที่ได้ไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ จนเกิดเป็นไอเดียนำกลับมาทำเป็นธีสิสจบ พร้อมกับมองเห็นว่าในอนาคตนวัตกรรมนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาลดการใช้น้ำให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอและการย้อมสีได้ จึงศึกษาอย่างจริงจังคู่ไปกับบริษัทผลิตเครื่องจักร จนคลอดออกมาเป็นเครื่องย้อมสีผ้าโดยไม่ใช้น้ำ DryDye เครื่องแรกของโลก

โดยหลักการย้อมสีแบบ Drydye จะใช้ Pressure อยู่ที่ 250 บาร์ ในการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ให้ผ่านจุด Critical Point ผ่านไปยังจุดที่เรียกว่า Supercritical Fluid ซึ่งจะทำหน้าที่อุ้มสีแทนน้ำ เพื่อให้สีไปซึมอยู่ในไฟเบอร์ โดยไม่ต้องใช้สารเคมีและน้ำในการย้อม ซึ่งเจ้าตัว Supercritical Fluid จะถูนำมาเก็บเป็น Liquid Form ของคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำไปรีไซเคิลกลับมาใช้ต่อได้เรื่อยๆ อีกครั้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดของเสียแล้ว นวัตกรรมนี้ยังมีความพิเศษตรงที่สามารถคุมความเข้มข้นของสีให้เป็นไปตามความต้องการได้ อีกทั้งเมื่อย้อมออกมาแล้วผ้าก็จะแห้งในทันที ทำให้เราสามารถเห็นได้เลยว่าการย้อมนั้นเป็นไปตามความต้องการหรือไม่ นับว่าเป็นนวัตกรรมที่สามารถจบทุกอย่างในเครื่องเดียว

ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ DryDye

“อยากให้ทุกคนรู้ว่า DryDye สามารถเซฟน้ำได้เยอะมาก ยกตัวอย่างเสื้อ 1 ตัว เซฟน้ำได้ 25 ลิตร”

คุณพิชญ์สินี คาดหวังที่จะสร้างการรับรู้ให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภคว่า DryDye สามารถช่วยทุกคนประหยัดน้ำได้มาก เมื่อเทียบกับเสื้อ 1 ตัว หากใช้การย้อมด้วย DryDye จะสามารถลดปริมาณน้ำได้ถึง 25 ลิตร พร้อมคาดหวังให้ผู้ผลิตในหลากหลายอุตสาหกรรมร่วมมือกับพัฒนานวัตกรรมนี้ เพื่อสร้างโอกาสและจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ที่ทำให้วงการอุตสาหกรรมสิ่งทอและการย้อมสีเติบโตขึ้นร่วมไปกับการสร้างอิมแพ็คให้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจโลกและรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม