ราคาที่ต้องจ่ายกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่

43
0
Share:

ราคาที่ต้องจ่ายกับสถานการณ์ โควิด-19 ระลอกใหม่

เมื่อโควิด-19 ระบาดในไทยอีกครั้ง การใช้ชีวิตประจำวันของเราก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย บางคนต้อง Work From Home บางคนต้องกักตัว เพราะได้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง และบางคนก็ต้องออกไปทำงานต่อ เพื่อหารายได้รายวันมาประทังชีวิต เรียกได้ว่าการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้คนทุกชนชั้นทุกอาชีพ “แต่ระดับความรุนแรงที่ต้องเจอนั้นย่อมไม่เท่ากันแน่นอน…”

ทุกชีวิตต้องดิ้นรน หาเงินเลี้ยงชีพ
โควิด-19 ทำหลายองค์กรเล็งจัดสารพัดมาตรการลดต้นทุน เพื่อพยุงให้ธุรกิจอยู่รอด ส่งผลให้คนตกงานประมาณ 7-8 ล้านคน เกิดเป็นการอัตราการว่างงานสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 11 ปี ผลกระทบนี้ยังลามไปถึงบัณฑิตป้ายแดงก็หางานยากมากขึ้นเช่นกัน

โดยเฉพาะ ‘ความเหลื่อมล้ำ’ ซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่คู่ประเทศไทยมานาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้มีรายได้น้อยต้องดิ้นรนอย่างหนัก เพื่อหารายได้มาประทังชีวิตให้อยู่รอดบนวิกฤตโรคระบาดและเศรษฐกิจ เมื่อเทียบออกมาเป็นราคาที่ต้องจ่าย ก็ต้องยอมรับเลยว่าสำหรับผู้ที่มีฐานะยากจน และผู้ที่ต้องหาเช้ากินค่ำจะมีความลำบากมากที่สุด ซ้ำร้ายยังต้องลุ้นทุกวันว่านายจ้างจะพยุงค่าใช้จ่ายต่อไปได้ถึงเมื่อไร ยิ่งส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องดิ้นรนมากยิ่งขึ้น หากพายุลูกใหญ่พัดมาเยือน โดนเลิกจ้าง ตกงาน อาจทำให้ต้องเข้าสู่วงการการกู้หนี้ยืมสินทั้งในและนอกระบบ เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวจนกว่าจะได้งานใหม่ ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น สวนทางกับรายได้ที่ลดลง บางรายที่หมุนไม่ทัน หรือหามาประทังชีวิตไม่ได้ ก็อาจทำให้เกิดการขาดแคลนจนเข้าสู่ภาวะอดตายได้ในที่สุด ซึ่งข้อนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากพบเจอเลยเช่นกัน

เมื่อความหวัง คือวัคซีน
ถึงแม้ตอนนี้ประเทศไทยจะยังไม่มีวัคซีนออกมาให้ใช้อย่างเป็นทางการ และก็มีสัญญาณ เพราะมีการประกาศว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนรอบแรกในเดือนกุมภาพันธ์ให้กับกลุ่มเสี่ยง และจะทยอยฉีดให้ประชาชนอีก 30 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าวัคซีนโควิด-19 เข้าไทยแล้ว จะสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดนี้ได้ และทำให้เศรษฐกิจในบ้านเรากลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นต่อไป

เมื่อการอยู่รอด คือการปรับตัว
ต้องยอมรับว่าคนไทยปรับตัวเก่ง มองเห็นได้จากการระบาดรอบแรก ที่หลายคนเลือกหันหน้าพึ่งพาความเป็นดิจิทัล เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาชีพเสริม เพิ่มอาชีพใหม่ ผลักดันให้เกิดเทรนด์อาชีพในอนาคต ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์เป็นหลัก รวมถึงการเร่งสร้างทักษะใหม่ให้กับแรงงานในยุคปัจจุบัน พร้อมเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานให้ลูกจ้างสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ โดยประชุม หรือหารือกันผ่านระบบออนไลน์แทน เพื่อเป็นการลดต้นทุน ลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ และเป็นการสร้างทางรอดแบบ New Normal ให้กับธุรกิจ

อย่างไรก็ตามทีมงาน BTimes ขอเป็นหนึ่งกำลังใจเล็กๆ ให้กับทุกคนที่ประสบปัญหาสามารถก้าวผ่านไปได้ด้วยดี สู้ๆ นะคะ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ

BTimes