ชิมช้อปใช้ยังเข้าไม่ถึงคนรายได้น้อย

198
0
Share:

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือนไทย ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 1 สำเร็จ ผ่านช่องทางการเก็บข้อมูลออฟไลน์และออนไลน์ หลังมีผู้ลงทะเบียนครบทั้งหมด 10 ล้านคนตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ พบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่ร้อยละ 54.7 ที่ทำการสำรวจจะวางแผนใช้จ่ายในงบ 1,000 บาทตามสิทธิ์ที่ได้รับจากมาตรการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 1 แต่อีกร้อยละ 43.0 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจวางแผนที่จะใช้จ่ายมากกว่า 1,000 บาท นั่นแสดงให้เห็นว่า ครัวเรือนไทยเกิน 1 ใน 3 วางแผนที่จะใช้จ่ายมากกว่า 1,000 บาท
.
โดยค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่วางแผนจะใช้จ่ายเกิน 1,000 บาท เฉลี่ยอยู่ที่ 3,300 บาทต่อคน ซึ่งครัวเรือนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน อยู่ที่กรุงเทพฯ โดยส่วนใหญ่วางแผนที่จะไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายที่จังหวัดชลบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการ
.
นอกจากนี้ครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน จะมุ่งเน้นไปที่การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากห้างสรรพสินค้า และมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายในงบ 1,000 บาทพอดี ในขณะที่ครัวเรือนผู้มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อเดือน จะมุ่งเน้นการใช้จ่ายไปกับการรับประทานอาหารที่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” และส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเกิน 1,000 บาท
.
แต่มาตรการ “ชิมช้อปใช้” ยังมีข้อจำกัดในการได้รับสิทธิ์ ทั้งในแง่จำนวนสิทธิ์ที่เข้าร่วมโครงการ และการเข้าถึงของผู้มีรายได้น้อย โดยจากการสำรวจ พบว่าครัวเรือนส่วนใหญ่ร้อยละ 79.1 ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” สำเร็จ มีรายได้อยู่ในระดับปานกลางไปจนถึงระดับสูง หรือ สูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
.
ขณะที่ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย หรือ รายได้ต่ำกว่า 8,500 บาทต่อเดือน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสำเร็จแค่ร้อยละ 2.7 โดยครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งยังคงใช้โทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน และอีกส่วนหนึ่งแม้จะใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แต่ไม่เปิดใช้บริการอินเทอร์เน็ต จึงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ
.
อย่างไรก็ตามแม้ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 78.3 จะมองว่ามาตรการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 1 มีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพได้ แต่ยังอยากให้รัฐบาลมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อมุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน
.
โดยการสำรวจ พบว่า ร้อยละ 31.5 อยากให้รัฐบาลช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยวิธีการปรับลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการช่วยพยุงค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโดยสารสาธารณะ รวมไปถึงราคาพลังงานในประเทศ