ประธาน FETCO ผิดหวังกองทุน SSF

28
0
Share:

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO โพสต์ผ่านเฟสบุ๊ก “Paiboon Nalinthrangkurn” ภายหลัง ครม.แถลงข่าวเกี่ยวกับกองทุนใหม่ SSF ว่า ผิดหวังที่กระทรวงการคลังไม่เห็นถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้น แต่ชื่นชมที่ยังเห็นถึงความสำคัญของการออมระยะยาว ด้วยการขยายวงเงินลงทุนสูงสุดในกองทุน SSF และ RMF ให้ถึง 30% ของรายได้พึงประเมิน จากเดิม 15%
.
โดยกลุ่มคนที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการจัดตั้งกองทุน SSF และการปรับเงื่อนไขกองทุน RMF คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือคนที่รายได้ยังไม่สูงมากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะวินัยการออมต้องเริ่มสร้างตั้งแต่วัยเริ่มทำงาน
.
แต่ที่ไม่เห็นด้วย คือการที่กระทรวงการคลังเอาวงเงินลดหย่อนของกองทุนเพื่อการออมทุกประเภทมารวมกัน และกำหนดเพดานไว้ที่ 500,000 บาทเท่านั้น จากเดิม 1 ล้านบาท เพราะจะทำให้คนรายได้ปานกลางที่มีศักยภาพในการออมสูง อาจเลือกที่จะออมน้อยลง และถ้ากลุ่มเป้าหมายหลักที่รัฐบาลต้องการให้ออมมากๆ เลือกที่จะไม่ออมเต็มที่ ก็จะทำให้เงินออมรวมของทั้งระบบไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร
.
ที่สำคัญการที่ไม่บังคับให้กองทุน SSF ต้องลงทุนในหุ้นเลย ต่างจาก LTF ที่บังคับให้ลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้น ไม่น่าจะตอบโจทย์สังคมสูงวัย ที่ต้องทำให้ทุกคนมีรายได้พอใช้หลังเกษียณ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของภาครัฐ เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยยังมีความรู้เรื่องการลงทุนน้อย และมีแนวโน้มที่คนส่วนใหญ่จะเลือกลงทุนในกองทุน SSF ประเภทเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการออมก็จะต่ำตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้รายได้หลังเกษียณไม่เพียงพอ
.
นอกจากนี้จะเป็นที่น่าเสียดายมาก ถ้าวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้น ที่มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุน LTF เริ่มสะดุดลง เพราะขาดแรงจูงใจ และนักลงทุนหันกลับไปลงทุนระยะสั้นๆ แบบวันต่อวันกันมากขึ้น เสถียรภาพของระบบการเงินก็จะลดลง คงต้องติดตามกันต่อไป ว่ากองทุน SSF จะสามารถดึงดูดความสนใจของคนรุ่นใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน