ปลดล็อกกัญชง – กัญชา พ้นจากยาเสพติดประเภท 5

460
0
Share:

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์และส่งเสริมให้กัญชาและกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยเมื่อวานนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ และที่ประชุมเห็นว่า วิถีภูมิปัญญาด้านสุขภาพของไทยมีการนำส่วนของใบ กิ่ง ก้าน ลำต้น รากมาใช้ จึงปลดล็อคส่วนนี้ออกจากการเป็นยาเสพติดให้โทษ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น
.
โดยร่าง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 พ.ศ. ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ ยังคงสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ส่วนในขั้นตอนต่อไป อย.จะเสนอ(ร่าง) ประกาศ ดังกล่าวให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป
.
สาระสำคัญของร่างประกาศฉบับนี้กำหนดให้ส่วนต่างๆ ของพืชกัญชาและกันชง เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ปลูก ผลิต หรือ สกัดในประเทศไทย ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ได้แก่ 1.เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้านและราก // 2.ใบซึ่งไม่มียอด หรือ ช่อดอกติดตามด้วย // 3.สารสกัดที่มีสารแคนนายิไดออล เป็นส่วนประกอบและมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอยด์ ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก และ 4.เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกันชง หรือ สารสกัดจากเมล็ดกัญชง
.
หลังจากออกประกาศสามารถนำแต่ละส่วนที่ผลจากยาเสพติดไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อดูแลสุขภาพของตน เช่น ใบ ใช้ในตำรับยาแผนไทยผลิตสมุนไพร เปลือก แก่น ลำต้น เส้นใหญ่ ใช้ในอุตสากรรมสิ่งทอ สารสกัดใช้ในอุตสาหกรรมยาผลิตภัณฑ์สมุนไพรล้าง เครื่องสำอางเมล็ด หรือ น้ำมันจากเมล็ดกันชง ใช้ในอาหารและเครื่องสำอาง
.
ส่วนการอนุญาตให้ครอบครัวปลูก 6 ต้นตามนโนบายนั้น สามารถทำได้ไม่ว่าจะปลูกจำนวนกี่ต้นก็ได้ แต่ต้องได้รับการอนุญาติให้ปลูกจาก อย. พร้อมทั้งต้องมีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าจะไปใช้ทางการแพทย์ และการดูแลตัวเอง
.
ส่วนประชาชนที่จะครอบครองและใช้ได้อย่างถูกต้องจะต้องเป็นผลผลิตที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและยังไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในทางสันทนาการ เมื่อประกาศกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้กัญชาและกัญชงก้าวสู่พืชเศรษฐกิจทางสุขภาพ