“สมคิด”ย้ำเศรษฐกิจไทยยังไม่เกิดฟองสบู่

83
0
Share:

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวระบุว่า ไทยมีความเสี่ยง 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.เศรษฐกิจฟองสบู่ // 2.ความล้มเหลวรัฐบาล// 3.การโจมตีไซเบอร์// 4.ภัยพิบัติทางธรรมชาติและโดยมนุษย์ และ 5.ความไม่มั่นคงทางสังคมว่า ขอยืนยันไทยยังไม่เกิดภาวะฟองสบู่ หรือวิกฤติทางเศรษฐกิจตามข่าว แต่เรื่องดังกล่าวนั้น เป็นเพียงการประเมินจากภาคเอกชนที่มองความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า ของรายงานความเสี่ยงระดับภูมิภาคในการประกอบธุรกิจ หรือ Regional Risk of Doing Business 2019 ซึ่งยืนยันว่า ปัจจัยทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน
.
โดยเฉพาะความกังวลเรื่องเศรษฐกิจฟองสบู่ที่ในขณะนี้ยังมีกำลังซื้อ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการชิมช้อปใช้ ขณะที่ปัญหาเรื่องความล้มเหลวของรัฐบาล ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมาภิบาล
.
ในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านดิจิทัลระดับโลกคือ บริษัทไมโครซอฟท์ และอะเมซอน แสดงความจำนงลงทุนในไทย และขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ซึ่งได้เสนอให้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจเพื่อดิจิทัลและสังคม ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี
.
ดังนั้นอยากให้ระวังการเสนอข่าว และการให้ข่าวของบางที่ เพราะมีความเปราะบางและบางเรื่องเป็นสิ่งที่กระทบความเชื่อมั่นทั้งการบริโภค และการลงทุน ไทยอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจภายนอก ก็ต้องช่วยกันฟันฝ่า แต่พอมาเจอแบบนี้ความเชื่อมั่นก็จะไม่ดีขึ้น และที่ทำงานมาจะได้อะไร และตอนนี้ต่างชาติสนใจมาลงทุนไทย หากนำเสนอข่าวแบบนี้ต่างชาติถอดใจไปก่อนจะทำอย่างไร
.
ส่วนกรณีคำสั่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้นำเงินจากกองทุนประกันสังคม ออกมาปล่อยกู้เพื่อการลงทุน หรือ เพื่อใช้จ่ายจำเป็นว่า เป็นแนวคิดที่เคยพิจารณามาแล้วในอดีต ซึ่งการปฏิบัติจริงนั้นจะต้องดูถึงความเหมาะสมในการเข้าไปลงทุนต่างๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว
.
ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลมีเงินงบประมาณปี 2563 เพียงพอในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเงินงบประมาณปี 2563 จะเริ่มใช้ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งระหว่างนี้ยังสามารถใช้กรอบวงเงินงบประมาณเดิมได้
.
ส่วนกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ ต้องการให้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากบริหารเศรษฐกิจประเทศล้มเหลวว่า ไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าว และไม่ได้ให้ความสำคัญ ยืนยัน จะยังเดินทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป