สมอ.ออกมาตรฐานเพาเวอร์แบงก์ปีหน้า

196
0
Share:

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. เปิดเผยว่า สมอ. ไม่ได้นิ่งนอนใจกรณีที่มีข่าวแบตเตอรี่สำหรับการใช้งานแบบพกพา หรือ เพาเวอร์แบงก์ ระเบิดทั้งที่วางไว้อยู่ในรถที่ตากแดดเป็นเวลานาน หรือชาร์จทิ้งไว้ในบ้านพักแล้วเกิดเหตุระเบิดจนไฟลุกไหม้ที่พักอาศัย สร้างความเสียหายแก่ตนเองและประชาชนในละแวกใกล้เคียง
.
จึงอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อเร่งรัดให้มีการบังคับใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า สำหรับการใช้งานแบบพกพาตามคุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัย คาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับประมาณเดือนพ.ค. 2563 จากปัจจุบันประกาศให้เป็นมาตรฐานทั่วไป ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพาที่มีคุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัย มอก. 2879-2560
.
ดังนั้นในปีหน้าเพาเวอร์แบงก์ในท้องตลาดทุกยี่ห้อ ต้องมีเครื่องหมาย มอก.รับรอง ผู้ทำ ผู้นำเข้า ต้องทำและนำเข้าสินค้าตามที่มาตรฐานกำหนดเท่านั้น รวมถึงผู้จำหน่ายก็ต้องจำหน่ายเฉพาะสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับการรับรองได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพราะเมื่อประกาศเป็นมาตรฐานบังคับ ผู้ประกอบการก็สามารถมายื่นเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตมาตรฐานบังคับได้ทันที
.
อย่างไรก็ตาม มาตรฐานพาวเวอร์แบงก์ที่ สมอ. กำหนดนั้นจะมีการทดสอบด้านความปลอดภัยในการใช้งานในกรณีต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น กรณีที่ลืมชาร์จทิ้งไว้นาน แบตเตอรี่ที่อยู่ภายในสามารถชาร์จไฟต่อเนื่องได้ถึง 28 วัน โดยไม่เกิดไฟลุกไหม้และไม่เกิดระเบิดขึ้น หรือหากทำตกจากที่สูงและเกิดแรงกระแทก แบตเตอรี่จะต้องไม่เกิดไฟและไม่ระเบิด ทนความร้อนสูงได้โดยไม่เกิดไฟลุกไหม้หรือระเบิดขึ้น แม้อยู่ในที่ที่ร้อนมากๆ เป็นต้น
.
อย่างไรก็ตามผู้บริโภคก็ควรใช้ให้ถูกวิธีตามข้อแนะนำในการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและเกิดความสูญเสียตามมา เช่น ไม่ควรเก็บเพาเวอร์แบงก์ไว้ใกล้แหล่งความร้อน ความชื้น น้ำหรือของเหลว หลีกเลี่ยงการวางไว้ในที่ที่โดนแดดโดยตรง หรือวางใกล้แก๊สที่ติดไฟได้ และควรระวังการถูกกระแทก กดทับ หรือเจาะ และไม่ใช้งานขณะที่เพาเวอร์แบงก์เปียกหรือได้รับความเสียหาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ใช้งาน และสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้