หอการค้าฟันส่งออกไทยปีนี้ยังหดตัว -0.9%

113
0
Share:

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ทำการวิเคราะห์ทิศทางการส่งออกไทยปี 2563 โดยคาดว่าปี 2563 ไทยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 2.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือหดตัว -0.9%
.
โดยมีปัจจัยเสี่ยงสูงได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน สงครามการค้าที่ยังต้องติดตามสถานการณ์ และค่าเงินบาทที่แข็งค่า รวมถึงถึงเศรษฐกิจโลกที่ยังทรงตัว
.
ส่วนปัจจัยเสี่ยงปานกลางได้แก่ เศรษฐกิจสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่นชะลอตัว// ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น //ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภัยแล้ง
.
สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่ำได้แก่ การตัดสิทธิ GSP ไทยของสหรัฐฯ // การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา หรือ USMCA
.
ด้านประเด็นที่ต้องติดตามมีอยู่ 3 ประเด็น ได้แก่ ความก้าวหน้าของความตกลง RCEP // ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ Brexit และการเก็บภาษีรถยนต์ 25% ของสหรัฐฯ
.
โดยนายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์การค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1% มูลค่าส่งออกจะลดลง 0.11% ซึ่งค่าเงินบาทที่แข็งค่า 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการส่งออกลดลง 0.4% หรือลดลงประมาณ 29,381 ล้านบาท
.
สำหรับการคาดการณ์อัตราขยายตัวของจีดีพีไทยปี 2563 จะเติบโต 2.7-3.7% ขณะที่เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะเติบโต 3.4% ราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนของไทยจะอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
.
อย่างไรก็ตามในประเด็นการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2563 จำนวน 5-6 บาท ทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยอยู่ระหว่าง 313-336 บาทต่อวัน ถือว่าเป็นค่าจ้างรายวันสูงที่สุดในอาเซียน เป็นรองแค่ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น ขณะที่ค่าจ้างรายวันมาเลเซียจะอยู่ที่ 278 บาทต่อวัน // กัมพูชา 221 บาทต่อวัน และเวียดนาม 153-221 บาทต่อวัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าของผู้ส่งออกไทยและมูลค่าการส่งออกไทย โดยภาคเกษตรกรรมจะส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าว ข้าวโพด //อ้อย และยางพารา ส่วนภาคอุตสาหกรรม จะส่งผลกระทบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ //ซ่อมเรือ// ปิโตรเลียม และเครื่องจักร