[email protected] SHOW : 10 New Normal วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

Share:

          จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ทำให้พฤติกรรมของเราเปลี่ยนไป อะไรที่เคยทำได้ก็ต้องเลิก อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ ทำจนกลายเป็นเรื่องปกติ หรือที่เรียกว่า New Normal มาดูกันเลยว่าต่อไปอะไรจะกลายเป็น New Normal วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจนกลายเป็นเรื่องปกติของคุณ

 

1. ทานข้าวคนเดียวไม่แปลก

          เมื่อก่อนการทานข้าวในร้านอาหารคนเดียว อาจทำให้รู้สึกเคอะเขิน แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ การนั่งทานคนเดียวจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็ทำกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัว ก็ต้องนั่งห่างกันตามที่ร้านกำหนดอย่างไม่มีข้อยกเว้น และอาจส่งผลให้คุณทานข้าวเร็วขึ้น ไม่นั่งแช่นานๆ เหมือนแต่ก่อน

 

 

2. พกปิ่นโต

          ช่วงกักตัวหลายคนก็ฝึกทำอาหารเสียจนเก่ง เป็นเชฟระดับครัวเรือนกันเลยทีเดียว ประกอบกับช่วงนี้หลายคนก็ยังไม่อยากทานข้าวนอกบ้าน ไม่ไว้ใจในการทานจากครัวคนอื่น ทำให้เริ่มทำกับข้าวใส่ปิ่นโตไปทานเอง นอกจากปลอดภัยแล้วยังอร่อย ได้สารอาหารครบถ้วนอีกด้วยค่ะ

 

 

3. สร้างชุมชน D.I.Y

          ด้วยการเดินทางที่ยากขึ้น เข้าห้างฯไปช้อปปิ้งก็ไม่ค่อยสะดวกเหมือนแต่ก่อน ทำให้หลายคนเริ่ม D.I.Y ข้าวของด้วยตัวเอง เช่น เย็บชุด เย็บกระเป๋า ซ่อมแซมของ ทำของใช้ในบ้าน หรือแม้กระทั่งตัดผมเอง กลุ่ม D.I.Y จึงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด อยากประดิษฐ์อะไรในอินเทอร์เน็ตก็มีสอนหมดค่ะ

 

 

4. ใช้ E-Money

          เมื่อการหยิบจับเงินไม่ปลอดภัย อาจมีเชื้อโรคติดมาได้ ทำให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ E-Money กันมากขึ้น เพื่อเลี่ยงการสัมผัสเงินที่ผ่านมาหลายมือแล้วค่ะ

 

 

5. ช้อปปิ้งออนไลน์

          จะเดินห้างฯให้เหนื่อยทำไม ในเมื่อสามารถกดสั่งของได้จากสมาร์ทโฟน อยากซื้ออะไรเดี๋ยวนี้ก็มีให้เลือกหมด ตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงต้นไม้ก็มีขายออนไลน์ เรื่องช้อปปิ้งไม่ยากอีกต่อไป สังเกตได้จากแก๊งแม่ๆ ของเรา เดี๋ยวนี้ช้อปเก่งขึ้นเยอะเลยค่ะ

 

 

6. พกอุปกรณ์ป้องกันตัว

          หน้ากากอนามัย เฟสชิลด์ ทิชชู่เปียก และเจลล้างมือกลายเป็นเป็นสิ่งที่ต้องพกทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน ต่อไปก็จะติดไปเป็นนิสัย แม้ไม่มีเชื้อโรคระบาดแล้วก็ยังพกอยู่ค่ะ

 

 

7. ทำงานที่บ้านมากขึ้น

          แม้จะเป็นพนักงานประจำ แต่ก็สามารถทำงานที่บ้านได้ หลายบริษัทเริ่มให้พนักงานทำงานที่บ้านไปยาวๆ จนถึงสิ้นไป ในอนาคตออฟฟิศอาจจะหายไป ช่วยลดต้นทุนของบริษัทในเรื่องการเช่าตึก ค่าน้ำค่าไฟอีกด้วย การ Work Form Home ก็จะกลายเป็นเรื่องปกติไปในที่สุดค่ะ

 

 

8. ประชุมออนไลน์

          เมื่อก่อนการประชุมจะต้องมาพร้อมกัน ที่ใดที่หนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ เราสามารถประชุมได้แม้อยู่บ้านใครบ้านมัน สถานที่ไม่สำคัญอีกต่อไป สำคัญที่อินเทอร์เน็ตจะต้องแรง หูฟังกับไมค์จะต้องชัดเจน จะได้คุยกันรู้เรื่องนะคะ

 

 

9. ออกกำลังกายกับจอ

          ณ จุดๆ นี้ ฟิสเนสและยิมยังเปิดไม่ได้ แต่การออกกำลังกายจำเป็นต้องทำสม่ำเสมอ ทำให้หลายฟิตเนสเกิดไอเดีย เปิดคลาสออกกำลังกายผ่านจออุปกรณ์ต่างๆ อยู่บ้านก็ทำตามเทรนเนอร์ได้สบายๆ และอีกไม่นานที่บ้านคุณอาจจะมีเครื่องออกกำลังกายมาตั้งก็เป็นได้

 

 

10. เรียนออนไลน์

          การเรียนออนไลน์ของเด็กๆ อาจจะตะกุกตะกักไปบ้างในช่วงนี้ แต่การเรียนคอร์สต่างๆ ของผู้ใหญ่กลับไปได้สวย มีให้เลือกเรียนทั้งทำอาหาร ทำขนม แต่งหน้า ทำเล็บ ทำให้เกิดการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้ทุกวัน แม้ไม่ออกจากบ้านค่ะ

 

 

          ถึงอะไรๆ จะเปลี่ยนไป แต่มนุษย์เราก็จะปรับตัวได้แน่นอน และไม่ควรกังวลมากเกินไป เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าไม่ยอมปรับพฤติกรรมก็อาจเกิดอันตรายต่อตัวเองได้ ในกรณีนี้ก็อาจจะติดเชื้อเป็นผู้ป่วย หรือนำพาเชื้อโรคมาสู่ครอบครัว ดังนั้นต้องดูแลตัวเองนะคะ ถ้าเปลี่ยนแล้วชีวิตปลอดภัยก็ควรเปลี่ยนค่ะ