[email protected] SHOW : รู้ทันโรค “เอดส์”

Share:
โรคเอดส์

          เนื่องในวันเอดส์โลก (World AIDS Day) ที่กำลังจะมาถึง ใน 1 ธันวาคมของทุกปี มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตที่เสี่ยง รักสนุก และยังไม่มีความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นวันเรียน ที่ยังคิดน้อยเกินไปและมีปัญหาเรื่องการใช้ยาเสพติดร่วมด้วย วันนี้เราจะมาดูกันว่าจะมีปัจจัยใดบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ มีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

 

โรคเอดส์ (AIDS)

          โรคเอดส์ (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) คือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หาย เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี (HIV : Human Immunodeficiency Virus) เมื่อเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก็จะตรงเข้าทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ จนเกิดการติดเชื้อโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น วัณโรค ปอดบวม เป็นต้น

 

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตเพราะเชื้อเอชไอวี แต่เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนค่ะ

 

โรคเอดส์

ภาพจาก Pixabay.com

 

การติดต่อโรคเอดส์

          1. จากแม่สู่ลูก ถ้าแม่มีเชื้อเอชไอวีก็สามารถถ่ายทอดสู่ลูกได้ แต่ในปัจจุบันมีการคิดค้นยาต้านไวรัสที่ป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จ คุณแม่ที่มีเชื้อก็สามารถปรึกษาแพทย์ ลูกในท้องจะได้ปลอดภัยนะคะ

 

          2. ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ติดเชื้อกว่า 83% ได้รับเชื้อจากคู่นอน การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ไม่ว่าจะมีกับเพศใดก็ตามมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูง รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องปาก ถ้าในปากหรือบนอวัยวะมีบาดแผลแม้แต่นิดเดียว ก็มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีได้ค่ะ

 

โรคเอดส์

ภาพจาก Pixabay.com

 

          3. การรับเชื้อผ่านทางเลือด จากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติด และอีกกรณีก็คือการรับเลือดจากการผ่าตัด การถ่ายเลือด หรือฟอกเลือด ซึ่งในปัจจุบันมีการตรวจเลือดที่ได้รับบริจาคมาอย่างละเอียด ทำให้มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่จะติดเชื้อเอชไอวีผ่านทางเลือดค่ะ

 

          การสัมผัส โอบกอด ใช้ภาชนะจานชาม การรับประทานอาหาร และการใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้ป่วย ไม่ทำให้ติดเชื้อนะคะ

 

โรคเอดส์

ภาพจาก Pexels.com

 

การป้องกันโรคเอดส์

          1. สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด รูทวาร และช่องปาก

          2. ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ไม่สำส่อนทางเพศ ในประเทศไทยมีกรณีภรรยาซึ่งมีสามีเพียงคนเดียว ติดเชื้อเอชไอวีจากสามีที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยเยอะมาก ฉะนั้นไม่ควรมีคู่นอนชั่วคราวเยอะนะคะ

          3. ควรตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน และตรวจร่างกายก่อนเตรียมตัวมีบุตร

          4. เมื่อตั้งครรภ์ควรไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

          5. งดใช้สารเสพติดทุกชนิด และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

          6. เลิกพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ปาร์ตี้หนัก เมาแบบไร้สติ หลับนอนกับคนแปลกหน้า

          7. ให้ความรู้บุตรหลานและวัยรุ่นในครอบครัว เรื่องการใช้ถุงยางอนามัย การป้องกันตัวเอง รวมทั้งดูแลเขาอย่างใกล้ชิดค่ะ

 

โรคเอดส์

ภาพจาก Pixabay.com

 

          หลายคนบอกว่าโรคเอดส์เดี๋ยวนี้ไม่น่ากลัวแล้ว เพราะมียาต้าน สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อีกนาน แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าเราไม่เจ็บไม่ป่วยเลย ฉะนั้นอยากให้ทุกคนคิดมากๆ ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์เพื่อความสนุกสนาน บนโลกนี้ยังมีผู้ที่ติดเชื้อแบบไม่รู้ตัวเองอีกเยอะค่ะ ใครที่มีความเสี่ยงก็ควรไปตรวจเลือดเป็นประจำ ส่วนผู้ที่ติดเชื้อแล้วอยากให้ดูแลตัวเองมากๆ ไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัว กินยาอย่างเคร่งครัด ทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเบาๆ สม่ำเสมอ และไม่แพร่เชื้อต่อให้ผู้อื่น ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกคนแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจนะคะ